คำตอบสั้น
ผู้มีประวัติค้างชำระสามารถพิจารณาขายฝากบ้าน-ที่ดินได้ โดยพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์และเอกสารสิทธิเป็นหลัก ขอแค่มีชื่อเป็นเจ้าของในโฉนด วงเงินโดยทั่วไปราว 40-70% ของราคาประเมิน และต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น
อยากรู้ว่าโฉนดของคุณได้วงเงินเท่าไร
ติดบูโรคืออะไร ทำไมขอวงเงินที่ไหนก็ไม่ผ่าน
คำว่า "มีประวัติค้างชำระ" หมายถึงการมีข้อมูลค้างชำระอยู่ในรายงานเครดิตบูโร ซึ่งธนาคารและสถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาให้วงเงิน แม้มีบ้านหรือที่ดินเป็นของตัวเอง ผู้ขอวงเงินบางรายจึงอาจไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ยังมีทางเลือกที่พิจารณาจากมูลค่าทรัพย์และเอกสารสิทธิเป็นหลักอย่างการขายฝาก
ทำไมขายฝากไม่สนประวัติบูโร
ขายฝากพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์และเอกสารสิทธิเป็นหลัก ผู้รับซื้อฝากได้รับโอนทรัพย์ไว้ตามกฎหมายระหว่างที่เจ้าของยังมีสิทธิไถ่คืน ผู้ขายฝากจึงต้องเป็นเจ้าของทรัพย์จริง
เงื่อนไขที่ยังต้องผ่านให้ได้
การขายฝากยังมีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา สิ่งที่ต้องมีคือ
ส่วนค่าใช้จ่ายหลักคือค่าธรรมเนียมจดทะเบียน 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ อากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% อย่างใดอย่างหนึ่ง และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามเกณฑ์กรมสรรพากร
ชื่อเราต้องอยู่ในโฉนดหรือเอกสารสิทธิ เพราะผู้มีชื่อในโฉนดเท่านั้นที่ทำนิติกรรมได้
เอกสารต้องจดทะเบียนได้ เช่น โฉนด (น.ส.4) หรือ น.ส.3ก
ต้องจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น สัญญาลอย ๆ นอกสำนักงานที่ดินไม่ใช่ขายฝากที่กฎหมายคุ้มครอง
วงเงินโดยทั่วไปราว 40-70% ของราคาประเมิน ไม่ใช่เต็มราคาตลาด
ข้อควรระวังสำหรับคนเครดิตสะดุด
ขายฝากได้เงินง่ายกว่าแบงก์ก็จริง แต่อย่าลืมว่าเดิมพันคือทรัพย์ของเราเอง ก่อนเซ็นให้เช็คสามเรื่องนี้เสมอ หนึ่ง ผลตอบแทนรวมต้องไม่เกินเพดาน 15% ต่อปี หรือเฉลี่ยไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน สอง กำหนดไถ่ต้องยาวพอให้หาเงินมาไถ่ทัน ซึ่งตกลงกันได้ 1-10 ปี สาม ระหว่างสัญญาเรายังมีสิทธิอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในทรัพย์จนพ้นกำหนดไถ่ ใครบอกให้ย้ายออกทันทีให้เอะใจไว้ก่อน
ที่ได้ทุน เราตั้งใจออกแบบระบบมาเพื่อคนที่แบงก์มองข้าม ประโยชน์ตอบแทนเริ่มต้น 0.75% ต่อเดือน สัญญาโปร่งใส และจดทะเบียนถูกต้องที่สำนักงานที่ดินทุกดีล

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน