ได้ทุนเป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาและจับคู่ ไม่ใช่สถาบันการเงิน และไม่ใช่ผู้ให้สินเชื่อ

ไถ่ถอนโฉนดจากธนาคาร ทำยังไง? ต้องใช้เงินเท่าไหร่ และถ้าเงินไม่พอมีทางไหนบ้าง

เผยแพร่ 18 ก.ย. 2569 · อัปเดต 27 ก.ย. 2569

ไถ่ถอนโฉนดจากธนาคาร ทำยังไง? ต้องใช้เงินเท่าไหร่ และถ้าเงินไม่พอมีทางไหนบ้าง

คำตอบสั้น

หลายคนผ่อนบ้านมาหลายปี พอถึงวันที่เงินก้อนพร้อม ก็อยากปิดหนี้ เอาโฉนดคืนมาถือไว้ในมือให้หายกังวล แต่พอลองขอยอดปิดบัญชีจากธนาคารถึงได้รู้ว่าเงินที่ต้องเตรียม ไม่ใช่แค่เงินต้นคงเหลือเท่านั้น ยังมีค่าใช้จ่ายทางการเงินถึงวันไถ่ถอน ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าจดจำนองที่กรมที่ดิน และบางกรณีก็มีค่าปรับปิดก่อนกำหนดด้วย แล้วถ้าเงินที่เตรียมไว้ไม่พอ มีทางออกอะไรบ้างที่ทำให้ได้โฉนดคืนโดยไม่ต้องเสียกรรมสิทธิ์? บทความนี้จะตอบทุกคำถามนั้นแบบตรงไปตรงมา

อยากรู้ว่าโฉนดของคุณได้วงเงินเท่าไร

ไถ่ถอนโฉนดจากธนาคารคืออะไร? ทำไมต้องรู้ให้ชัดก่อนลงมือ

การไถ่ถอนโฉนดจากธนาคาร หรือที่เรียกทางการว่า "การไถ่ถอนจำนอง" คือกระบวนการที่ผู้จำนองชำระหนี้ที่ค้างกับธนาคารจนหมดสิ้น เพื่อให้ธนาคารปลดภาระจำนองออกจากโฉนดที่ดินหรือบ้าน ทำให้กรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของผู้จำนองเต็มตัวอีกครั้ง เมื่อทำเสร็จแล้ว หลังโฉนดจะไม่มีรายการจดจำนองติดอยู่อีกต่อไป

คำว่า "ไถ่ถอนโฉนด" มีคนค้นหามากถึง 170 ครั้งต่อเดือน และเติบโตกว่า 255% ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ 3 เดือนล่าสุดพุ่งขึ้น 129% สะท้อนว่ามีจำนวนผู้ที่ใกล้จะปลดหนี้บ้านหรือมีเงินก้อนพร้อมปิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และแน่นอนว่าทุกคนที่ค้นหาคำนี้ล้วนอยากรู้ตัวเลขที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำแนะนำกว้าง ๆ

ใครบ้างที่ต้องไถ่ถอนโฉนด?

คนที่ผ่อนบ้านใกล้หมดสัญญาและต้องการปิดหนี้ทั้งหมด

คนที่มีเงินก้อนจากมรดก โบนัส หรือขายทรัพย์สินอื่น และอยากลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินรายปีตามสัญญาจำนอง

คนที่ต้องการเอาโฉนดไปใช้ค้ำประกันหรือทำธุรกรรมอื่น ๆ โดยไม่มีภาระจำนองติดอยู่

ประเด็นรายละเอียด
ความหมายชำระหนี้จำนองกับธนาคารทั้งหมดเพื่อปลดภาระออกจากโฉนด
ผลลัพธ์ได้โฉนดคืนโดยไม่มีภาระจำนอง
ค่าใช้จ่ายหลักเงินต้นคงเหลือ ค่าใช้จ่ายทางการเงินถึงวันไถ่ถอน ค่าธรรมเนียมไถ่ถอน ค่าปรับปิดก่อนกำหนด (ถ้ามี)
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องธนาคารผู้รับจำนอง และสำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา

ขั้นตอนไถ่ถอนโฉนดจากธนาคาร ทีละขั้น ไม่พลาด

กระบวนการไถ่ถอนโฉนดมีลำดับที่แน่นอน ถ้าทำผิดขั้นตอนอาจเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น ด้านล่างคือขั้นตอนที่ควรทำตามลำดับ

ขั้นตอนที่ 1: ขอยอดปิดบัญชี (Statement of Account) จากธนาคาร

เริ่มต้นด้วยการติดต่อธนาคารเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นสาขาที่ทำสัญญา หรือโทรคอลเซ็นเตอร์เพื่อขอ "ยอดปิดบัญชี" หรือ "Letter of Balance" ยอดนี้จะรวมเงินต้นคงเหลือ ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่คำนวณถึงวันที่กำหนด และค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับต่าง ๆ

ข้อสำคัญ: ยอดปิดบัญชีมีอายุจำกัด โดยปกติ 7-15 วันนับจากวันที่ธนาคารออกเอกสาร หากเลยวันนี้ไป ค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเดินต่อและยอดจะเปลี่ยน ดังนั้น เมื่อได้ยอดแล้วควรรีบดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมเงินและนัดวันกับธนาคาร

เมื่อทราบยอดที่แน่นอนแล้ว ให้เตรียมเงินให้ครบตามจำนวน จากนั้นนัดหมายกับธนาคารเพื่อไปชำระเงินและรับเอกสารที่ธนาคารต้องออกให้ ได้แก่ หนังสือปลดจำนอง (หนังสือให้ไถ่ถอนจำนอง) และหนังสือรับรองการชำระหนี้

เอกสารที่ธนาคารต้องออกให้ก่อนไปสำนักงานที่ดิน: หนังสือปลดจำนอง (แบบ ล.1 หรือหนังสือรับรองการไถ่ถอนจำนอง) และใบชำระค่าธรรมเนียมการไถ่ถอน (ถ้ามี) ถ้าธนาคารยังไม่ออกเอกสารเหล่านี้ให้ คุณจะไม่สามารถไปจดไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดินได้

ขั้นตอนที่ 3: ไปสำนักงานที่ดินพร้อมกับธนาคาร (หรือผู้รับมอบอำนาจ)

เมื่อชำระเงินเรียบร้อย ธนาคารจะนัดวันไปสำนักงานที่ดินพร้อมกัน หรือมอบอำนาจให้คุณไปดำเนินการเอง โดยคุณต้องพกเอกสารดังนี้: โฉนดเดิม, หนังสือปลดจำนอง, บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน และสำเนาสัญญาจำนอง (ถ้ามี)

ที่สำนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 0.01% ของยอดหนี้ที่ไถ่ถอน (ค่าจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง) บวกค่าอากรแสตมป์อีกเล็กน้อย เมื่อเสร็จแล้ว หลังโฉนดจะถูกประทับตราว่า "จำนองระงับ" กรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของคุณเต็มตัว

ขั้นตอนที่ 4: เช็กหลังโฉนดก่อนกลับบ้าน

ก่อนเดินออกจากสำนักงานที่ดิน ให้พลิกดูหลังโฉนดให้แน่ใจว่ารายการจำนองถูกยกเลิกแล้วจริง และมีการประทับตราหรือลายเซ็นต์เจ้าหน้าที่ครบถ้วน ข้อผิดพลาดเล็กน้อยอาจทำให้ต้องกลับมาใหม่ในภายหลัง

ใช้เวลากี่วันตั้งแต่ต้นจนจบ?

โดยปกติกระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 5-10 วันทำการ หากไม่มีปัญหาอุปสรรค โดยแบ่งเป็น: 1-2 วันสำหรับขอยอดปิดบัญชี, 3-5 วันสำหรับนัดชำระเงินและรับเอกสารจากธนาคาร, และ 1 วันสำหรับไปสำนักงานที่ดิน

แต่บางเคสอาจช้าเป็นเดือน เพราะสาเหตุเช่น ธนาคารมีงานค้างจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงปลายปีหรือใกล้สิ้นไตรมาส เอกสารไม่ครบ หรือตัวคุณไม่สะดวกนัดวันตรงกัน การวางแผนล่วงหน้าและติดตามอย่างใกล้ชิดจะช่วยลดความล่าช้าได้

เงินที่ต้องเตรียม ไถ่ถอนโฉนดจากธนาคาร ต้องใช้กี่บาท? แจกแจงละเอียดทุกก้อน

ที่มา: ค่าจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองอ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 และระเบียบกรมที่ดิน ค่าปรับปิดก่อนกำหนดขึ้นอยู่กับสัญญาแต่ละแห่ง ซึ่งมักระบุไว้ในสัญญาจำนองช่วง 3-5 ปีแรก สำหรับตัวเลขที่แน่นอน ให้ขอใบแจ้งยอดปิดบัญชีจากธนาคารที่คุณทำสัญญาอยู่เท่านั้น เพราะเป็นยอดทางการและแม่นยำที่สุด

ข้อควรระวัง: ยอดปิดบัญชีมีอายุประมาณ 7-15 วัน หากเลยวันกำหนด ค่าใช้จ่ายทางการเงินจะเดินต่อและยอดจะเปลี่ยน คุณต้องขอใบแจ้งยอดใหม่หรือขยายวัน ดังนั้นเมื่อได้ยอดแล้วควรรีบดำเนินการภายในกรอบเวลา

รายการจำนวนเงินโดยประมาณ (สมมติ)หมายเหตุ
เงินต้นคงเหลือ500,000 บาทยอดหนี้ที่ยังค้าง
ค่าใช้จ่ายทางการเงินถึงวันไถ่ถอน5,000 - 15,000 บาทขึ้นกับวันที่นัดและอัตราที่ผู้รับจำนองคิด
ค่าปรับปิดก่อนกำหนด (ถ้ามี)10,000 - 30,000 บาทถ้าปิดก่อน 3-5 ปีตามสัญญา
ค่าจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง500 - 1,000 บาท0.01% ของยอดหนี้
ค่าอากรแสตมป์200 - 500 บาทตามแต่จำนวน
รวมทั้งสิ้นประมาณ 515,700 - 546,500 บาทตัวแปรตามกรณี

ค่าปรับปิดก่อนกำหนด (Prepayment Fee) เกิดขึ้นเมื่อไหร่?

ถ้าคุณปิดหนี้ก่อนระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา โดยปกติธนาคารจะคิดค่าปรับปิดก่อนกำหนด (Prepayment Fee) เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายทางการเงินรายปีตามสัญญาจำนองที่ธนาคารจะไม่ได้รับตามแผน ส่วนใหญ่สัญญาบ้านจะล็อกระยะเวลา 3-5 ปีแรก หากคุณปิดหนี้ในช่วงนี้ จะมีค่าปรับประมาณ 2-5% ของยอดหนี้ที่ปิด แต่หลายธนาคารยกเว้นค่าปรับให้ถ้าปิดหลังครบ 3 ปี หรือปิดด้วยเงินจากรีไฟแนนซ์

วิธีเช็ก: ให้อ่านในสัญญาจำนองตอนที่ว่าด้วย "การชำระหนี้ก่อนกำหนด" หรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรง

เอกสารที่ธนาคารต้องออกให้ก่อนไปสำนักงานที่ดิน

ก่อนไปสำนักงานที่ดิน คุณต้องมีเอกสารต่อไปนี้จากธนาคาร:

1. หนังสือปลดจำนอง (Letter of Release) หรือหนังสือให้ไถ่ถอนจำนอง

2. หนังสือรับรองการชำระหนี้ (ถ้ามี)

3. ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการชำระหนี้

ถ้าธนาคารยังไม่ออกเอกสารให้ คุณจะไม่สามารถไปจดไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดินได้เลย ดังนั้นควรตรวจสอบกับธนาคารก่อนนัดหมายทุกครั้ง

ถ้าเงินก้อนไม่พอปิดหนี้ธนาคาร มีทางเลือกอะไรบ้าง?

ทุกทางเลือกมีข้อดีข้อเสีย และไม่มีคำตอบตายตัวว่าทางไหนเหมาะที่สุดสำหรับกรณีนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเงิน ความเร่งด่วน และแผนในอนาคตของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องประเมินให้รอบคอบ อย่ารีบตัดสินใจ

หากคุณกำลังมองหาเงินทุนโดยไม่เสียกรรมสิทธิ์ และต้องการประเมินว่าขายฝากหรือจำนองแบบไหนเหมาะกับคุณ ลองกรอกฟอร์มประเมินของ ได้ทุน DaiTun เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น

ทางเลือกที่ 1: รีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่น

การรีไฟแนนซ์คือการย้ายหนี้บ้านไปยังธนาคารใหม่ โดยธนาคารใหม่จะจ่ายเงินให้ธนาคารเก่าเพื่อปิดหนี้ แล้วคุณก็ไปผ่อนกับธนาคารใหม่แทน เหมาะสำหรับคนที่มีเครดิตดี รายได้สม่ำเสมอ และต้องการลดภาระรายเดือนตามสัญญาหรือปรับโครงสร้างหนี้

ข้อดี: ไม่ต้องใช้เงินก้อนของตัวเอง ธนาคารใหม่จัดการให้ ลดค่าใช้จ่ายทางการเงินรายปีตามสัญญาจำนองได้

ข้อเสีย: มีค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ ค่าจดจำนองใหม่ อาจเสียค่าปรับปิดก่อนกำหนด (แต่บางธนาคารยกเว้นให้) และยังต้องผ่อนต่อไปจนครบสัญญาใหม่

ทางเลือกที่ 2: จำนองกับนายทุน (Non-Bank / Private Lender)

ถ้าธนาคารปฏิเสธการรีไฟแนนซ์เพราะเครดิตไม่ผ่านหรือรายได้ไม่ถึง การจำนองกับนายทุนเอกชน (Non-Bank) เป็นอีกทางเลือก โดยได้รับเงินในรูปแบบสัญญาจำนองที่มีหลักประกันเป็นบ้านหรือที่ดิน โดยอัตราที่ผู้รับจำนองคิดอาจสูงกว่า และระยะเวลาสั้นกว่า เช่น 1-3 ปี

ข้อดี: ได้เงินก้อนมาใช้ปิดหนี้ธนาคารโดยไม่ต้องขายทรัพย์สิน ดำเนินการได้รวดเร็ว

ข้อเสีย: อัตราที่ผู้รับจำนองคิดสูง ภาระหนี้ระยะสั้น อาจมีค่าธรรมเนียมและหลักประกันเพิ่ม

ทางเลือกที่ 3: ขายฝาก (Sale Leaseback / ขายฝากบ้าน)

ขายฝากคือการขายทรัพย์สินให้คนอื่น (ผู้ซื้อฝาก) โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายสามารถไถ่ถอนคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติ 1-2 ปี) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อนด่วน ไม่ต้องผ่อนเดือนละมาก ๆ หรือมีเครดิตไม่ดี แต่ยังมีรายได้พอสำหรับค่าใช้จ่ายในอนาคต

ข้อดี: ได้เงินก้อนตามกำหนดในสัญญา ไม่มีการผ่อนรายเดือนเหมือนจำนอง สามารถอยู่ต่อในทรัพย์เดิมได้

ข้อเสีย: เสี่ยงเสียทรัพย์สินถ้าไม่สามารถไถ่ถอนคืนได้ตามกำหนด ราคาขายฝากมักต่ำกว่าราคาตลาด

คำแนะนำ: ขายฝากควรทำอย่างมีสติและมีแผนไถ่ถอนที่ชัดเจน ถ้าคุณกำลังประเมินทางเลือกต่าง ๆ และไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ลองใช้ฟอร์มประเมินของ ได้ทุน DaiTun เพื่อดูว่าขายฝากเหมาะกับสถานการณ์คุณหรือไม่

ทางเลือกเหมาะกับใครข้อดีข้อเสีย
รีไฟแนนซ์ธนาคารอื่นคนมีเครดิตดี รายได้สม่ำเสมอลดค่าใช้จ่ายทางการเงินรายปีตามสัญญาจำนอง ไม่ต้องใช้เงินก้อนเสียค่าธรรมเนียม ยังต้องผ่อนต่อไป
จำนองนายทุนเอกชนคนที่ธนาคารปฏิเสธ มีหลักทรัพย์ดำเนินการได้รวดเร็ว ได้เงินก้อนอัตราที่ผู้รับจำนองคิดสูง ระยะสั้น
ขายฝากคนต้องการเงินก้อนด่วน ไม่ต้องผ่อนรายเดือนรับเงินตามกำหนดในสัญญา อยู่ต่อได้เสี่ยงเสียทรัพย์ถ้าไถ่ถอนไม่ทัน

เปรียบเทียบทางเลือกเมื่อเงินไม่พอปิดหนี้: รีไฟแนนซ์ vs จำนอง vs ขายฝาก

ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกทางไหน ลองใช้เครื่องมือที่ช่วยประเมินความเหมาะสมเบื้องต้น เช่น ฟอร์มประเมินของ ได้ทุน DaiTun ที่จะช่วยให้คุณเห็นทางเลือกที่ตรงกับความต้องการของคุณมากขึ้น

ปัจจัยรีไฟแนนซ์จำนองนายทุนขายฝาก
เงินก้อนที่ต้องใช้เองไม่ต้องไม่ต้อง (ขอวงเงินเพิ่มได้)ต้องมีเงินดาวน์ (แต่ได้เงินก้อน)
ระยะเวลา1-3 เดือน1-2 สัปดาห์1-2 สัปดาห์
อัตราค่าใช้จ่ายทางการเงิน/ต้นทุนต่ำ (3-6% ต่อปี)สูง (10-20% ต่อปี)ต่ำ (ไม่มีภาระรายเดือนตามสัญญา แต่มีส่วนต่างสินไถ่)
ความเสี่ยงเสียทรัพย์ต่ำปานกลาง (ถ้าผ่อนไม่ไหว)สูง (ถ้าไถ่ถอนไม่ทัน)
เอกสารมาก (ต้องยื่นขอสินทรัพย์ใหม่)ปานกลางน้อย

สรุป: ไถ่ถอนโฉนดจากธนาคาร ทำตามนี้ ปลอดภัย ไม่พลาด

ไถ่ถอนโฉนดจากธนาคารไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องรู้ตัวเลขที่แท้จริง วางแผนการเงินให้ดี และเตรียมรับมือกับกรณีที่เงินไม่พอปิด ทางเลือกอย่างรีไฟแนนซ์ จำนอง หรือขายฝาก ล้วนมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อย่าลืมตรวจสอบสัญญาของคุณว่ามีค่าปรับปิดก่อนกำหนดหรือไม่ และขอใบแจ้งยอดปิดบัญชีจากธนาคารเพื่อยืนยันตัวเลข

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ยังมีข้อสงสัยอีกหรือไม่? ด้านล่างคือคำถามที่คนมักถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการไถ่ถอนโฉนด

คำถามที่พบบ่อย

ไถ่ถอนโฉนดจากธนาคารกี่วันถึงจะเสร็จ?

โดยปกติใช้เวลา 5-10 วันทำการ นับจากวันที่ขอยอดปิดบัญชี แต่อาจนานกว่านั้นถ้าเอกสารไม่ครบหรือธนาคารมีงานค้าง การวางแผนล่วงหน้าและติดตามใกล้ชิดช่วยลดความล่าช้าได้

ค่าธรรมเนียมไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดินเท่าไหร่?

ค่าจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองคิดในอัตรา 0.01% ของยอดหนี้ที่ไถ่ถอน (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 และระเบียบกรมที่ดิน) บวกค่าอากรแสตมป์เล็กน้อย รวมแล้วไม่เกิน 1,500-2,000 บาทสำหรับเคสส่วนใหญ่ แต่ควรขอใบแจ้งยอดจากธนาคารเพื่อยืนยันตัวเลข

ถ้าเงินไม่พอปิดหนี้ธนาคาร มีวิธีอื่นนอกรีไฟแนนซ์ไหม?

ได้ เช่น จำนองกับนายทุนเอกชน (Non-Bank) หรือขายฝาก โดยแต่ละทางมีข้อดีข้อเสียต่างกัน รีไฟแนนซ์เหมาะกับคนมีเครดิตดี จำนองเหมาะกับคนที่ธนาคารปฏิเสธ และขายฝากเหมาะกับคนต้องการเงินก้อนด่วนโดยไม่ต้องผ่อนรายเดือน ควรประเมินสถานการณ์ของตัวเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป อ้างอิงเกณฑ์ที่ใช้กันโดยทั่วไป ณ วันที่เผยแพร่ อัตราค่าธรรมเนียมและภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งก่อนทำธุรกรรมจริง
กวินทัศน์ เมธีรัฐลีลากุล (กฤศ) ผู้ก่อตั้งได้ทุน

กวินทัศน์ เมธีรัฐลีลากุล (กฤศ)

ผู้ก่อตั้งได้ทุน · ที่ปรึกษาขายฝากถูกกฎหมาย

เกี่ยวกับเรา →

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน

#KritKawinthat#ขายฝาก#โฉนดแลกเงิน#บ้านแลกเงิน#จำนอง#นายทุนขายฝาก#สภาพคล่องระยะสั้น#ไถ่ถอนโฉนดธนาคาร#ปิดหนี้บ้าน#ขายฝาก#รีไฟแนนซ์บ้าน#จำนอง