
คำตอบสั้น
ที่ดินเปล่ากับบ้านพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เวลาขายฝาก ‘การตีราคา’ ไม่เหมือนกันเลย หลายคนสงสัยว่าที่ดินเปล่าขายฝากได้วงเงินเท่าไหร่ ทำไมได้น้อยกว่าที่คิด และที่ดินบางแบบนายทุนถึงกับไม่รับเลยด้วยซ้ำ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักปัจจัยที่กำหนดวงเงิน เอกสารสิทธิที่รับซื้อ และความเสี่ยงเรื่อง พ.ร.บ. คุ้มครองที่อาจใช้ไม่ได้กับที่ดินเปล่าทุกประเภท
อยากรู้ว่าโฉนดของคุณได้วงเงินเท่าไร
ที่ดินเปล่าขายฝากได้ไหม? ต่างจากขายฝากบ้านหรือคอนโดยังไง?
ตอบสั้นๆ ว่า ได้ สามารถขายฝากที่ดินเปล่าได้ถ้าเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิที่ออกโดยรัฐ เช่น โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.3 ก. และต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น ถึงจะมีผลทางกฎหมาย
แต่ที่ดินเปล่ากับบ้านหรือคอนโดมียุทธวิธีคิดวงเงินต่างกันมาก เพราะ ‘สภาพคล่องในการขายต่อ’ เป็นตัวแปรหลักของผู้รับซื้อฝาก (นายทุน) เวลาประเมิน
ขายฝากบ้านหรือคอนโด ผู้รับซื้อฝากมองว่าเป็นสินค้าที่มีตลาดรองรับแน่นอน มีคนเช่าได้ ขายต่อง่าย ถ้าผิดนัดก็เอาไปขายทอดตลาดได้ไม่นาน แต่ที่ดินเปล่า—ยิ่งถ้าอยู่ไกลชุมชน ไม่มีทางเข้า—ขายต่อยากกว่าเยอะ เพราะผู้ซื้อต้องมีเงินก้อนมาพัฒนาหรือรออนาคต ทำให้นายทุนคิดความเสี่ยงสูงขึ้น และเสนอวงเงินต่ำลง
นอกจากนี้ ขายฝากบ้านมักคิดวงเงินจาก ‘ราคาประเมินกรมที่ดิน’ หรือ ‘ราคาตลาด’ ที่หักลบด้วยสภาพอาคาร ขณะที่ที่ดินเปล่าหลายแปลงถูกคิดจาก ‘ราคาตลาดจริง’ ซึ่งอาจต่ำกว่าราคาประเมินมาก โดยเฉพาะถ้าที่ดินเปล่ายังไม่มีสาธารณูปโภค
ทำไมที่ดินเปล่ามักได้วงเงินน้อยกว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง?
เหตุผลหลักคือ ‘สภาพคล่อง’ หรือความสามารถในการขายต่อของผู้รับซื้อฝาก ถ้าคุณผิดนัดไถ่ถอน นายทุนจะต้องเอาไปขายเอง ถ้าเป็นบ้าน มีโอกาสขายได้ภายใน 3-6 เดือน แต่ที่ดินเปล่า—โดยเฉพาะที่ไม่มีเอกสารหรือผังเมืองจำกัด—อาจขายเป็นปีหรือต้องลดราคาหนัก
ตัวเลขในทางปฏิบัติ ผู้รับซื้อฝากทั่วไปให้วงเงินประมาณ 50-70% ของราคาตลาดของที่ดินพร้อมบ้าน แต่ที่ดินเปล่ามักให้เพียง 30-50% ของราคาตลาดเท่านั้น บางแห่งที่ ‘เสี่ยงสูง’ ให้แค่ 20% ก็มี
นอกจากนั้น ที่ดินเปล่าไม่มีรายได้จากการเช่าระหว่างรอขาย ทำให้ต้นทุนการถือครองของนายทุนสูงขึ้น เพราะจมเงินโดยไม่มีผลตอบแทน ส่วนบ้านสามารถปล่อยเช่าระหว่างไถ่ถอนได้เล็กน้อย
ดังนั้น ถ้าคุณคาดหวังว่าจะได้วงเงินใกล้เคียงราคาประเมิน คุณอาจผิดหวัง ยกเว้นที่ดินเปล่านั้นอยู่ในทำเลทอง มีศักยภาพพัฒนาสูง
ที่ดินเปล่าแบบไหนที่ผู้รับซื้อฝากชอบ?
ผู้รับซื้อฝากหรือนายทุนต่างมีเกณฑ์คัดเลือกที่ดินเปล่าแบบไม่เป็นทางการ แต่สามารถสรุปปัจจัยที่ช่วยให้ได้วงเงินสูงขึ้นได้ดังนี้
1. ติดถนนสาธารณะและมีทางเข้าออกชัดเจน
ที่ดินที่ไม่มีถนนสาธารณะตัดผ่าน หรือมีทางภาระจำยอมที่ไม่ชัดเจน จะถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง เพราะอาจเข้าไปพัฒนาหรือขายต่อลำบาก นายทุนส่วนใหญ่ไม่รับหรือถ้ารับก็วงเงินต่ำ
2. อยู่ในเขตชุมชนหรือเส้นทางคมนาคมหลัก
ที่ดินที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่ ห้าง โรงพยาบาล หรือแหล่งงาน จะมีตลาดรองรับสูง ทำให้ขายต่อได้เร็ว นายทุนยินดีให้วงเงินใกล้เคียงราคาตลาดมากขึ้น
3. ผังเมืองเอื้อต่อการพัฒนา
ผังเมืองสีเหลือง สีส้ม หรือสีแดงที่อนุญาตให้สร้างบ้านจัดสรรหรืออาคารพาณิชย์ได้ มีโอกาสได้วงเงินมากกว่าที่ดินในผังสีเขียว (เกษตรกรรม) หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
4. ขนาดแปลงเหมาะสมกับการพัฒนา
แปลงเล็กเกินไป (น้อยกว่า 50 ตารางวา) อาจขายยาก แปลงใหญ่เกินไป (หลายไร่) ก็ต้องใช้เงินซื้อสูง นายทุนมักชอบแปลงขนาดกลาง 100-200 ตารางวาในเมือง หรือ 1-2 ไร่ในชานเมือง
ที่ดินเปล่าแบบไหนที่มักถูกปฏิเสธหรือได้วงเงินต่ำมาก?
มีที่ดินบางประเภทที่นายทุนส่วนใหญ่ไม่รับเลย หรือถ้ารับก็วงเงินต่ำมาก เพราะความเสี่ยงสูงเกินไป
1. ที่ตาบอด (Landlocked)
ที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ ต้องใช้ทางภาระจำยอมของผู้อื่น นายทุนกลัวปัญหาฟ้องร้องและขายต่อไม่ได้
2. ที่ติดภาระจำยอมหรือมีข้อพิพาท
ที่ดินที่มีภาระผูกพัน เช่น จำนองเดิม ภาระจำยอม สิทธิอาศัย หรือมีคดีความในศาล ทำให้โอนกรรมสิทธิ์ติดขัด เสี่ยงที่จะถูกเพิกถอน
3. ที่อยู่ในเขตห้ามก่อสร้าง
เขตป่าสงวน เขตโบราณสถาน หรือเขตปลอดสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ที่ดินไร้ค่าในทางพาณิชย์
4. ที่เอกสารสิทธิไม่ใช่โฉนด
น.ส.3 ก. อาจรับได้บ้างแต่ต้องมีแผนที่ชัดเจน ส่วน ส.ป.ก. หรือเอกสารอื่นๆ มีข้อจำกัดด้านการโอน นายทุนส่วนใหญ่ปฏิเสธ
ตารางสรุปวงเงินขายฝากที่ดินเปล่าตามลักษณะทำเลและเอกสารสิทธิ
ตารางด้านล่างเป็นค่าประมาณจากแนวโน้มตลาดจริงในปี 2569 เพื่อให้คุณเห็นภาพว่าที่ดินแต่ละแบบมีโอกาสได้วงเงินประมาณเท่าไหร่ (คิดเป็น % ของราคาตลาด) ตัวเลขแน่นอนควรตรวจสอบกับผู้รับซื้อฝากแต่ละราย
| ประเภทที่ดิน | เอกสารสิทธิ | วงเงินโดยประมาณ (% ของราคาตลาด) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ที่ดินเปล่าติดถนนใหญ่ในเมือง | โฉนดที่ดิน | 50-65% | นายทุนชอบมาก ถ้าผังเมืองดีได้สูงสุด |
| ที่ดินเปล่าซอยในชุมชน | โฉนดที่ดิน | 40-55% | มีตลาดรองรับ แต่ระบายช้ากว่า |
| ที่ดินเปล่าชานเมืองไกล | โฉนดที่ดิน | 30-45% | ความเสี่ยงสูง ถ้าไม่มีสาธารณูปโภค |
| ที่ดินเปล่า น.ส.3 ก. | น.ส.3 ก. | 20-35% | รับเฉพาะที่มีแผนที่ชัดเจน |
| ที่ดิน ส.ป.ก. | ส.ป.ก. 4-01 | ไม่รับหรือวงเงินต่ำมาก | ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความที่ดิน ส.ป.ก. |
| ที่ตาบอด / มีข้อพิพาท | โฉนดที่ดิน | 0% หรือ 10-20% | ส่วนใหญ่ถูกปฏิเสธ |
เอกสารสิทธิแต่ละแบบ ขายฝากได้แค่ไหน?
เอกสารสิทธิเป็นหัวใจของการขายฝาก เพราะถ้าไม่มีหลักฐานที่ดินที่ออกโดยรัฐ ก็ไม่สามารถจดทะเบียนได้ จึงแยกให้ชัดดังนี้
โฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ.)
ได้แน่นอน เพราะเป็นเอกสารสิทธิสมบูรณ์ที่สำนักงานที่ดินรับจดทะเบียนขายฝากทุกรายการ นายทุนรับกันทุกแห่ง
น.ส.3 ก.
รับได้บางราย แต่ต้องเป็น น.ส.3 ก. ที่มีแผนที่และแนวเขตชัดเจน นายทุนส่วนใหญ่ให้วงเงินต่ำกว่าโฉนด เพราะมีข้อจำกัดด้านการออกโฉนดในอนาคต
ที่ดิน ส.ป.ก. (ส.ป.ก. 4-01)
ทำได้แต่ยากมาก เพราะต้องได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก. ก่อน และนายทุนส่วนใหญ่ไม่รับเนื่องจากความเสี่ยงด้านกฎหมาย บทความนี้จะไม่ลงลึกเพราะเราเขียนไว้แล้วในบทความ 'ขายฝากที่ดิน ส.ป.ก.' ซึ่งคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ขายได้ KhaiDai
ราคาประเมินกับราคาตลาด ต่างกันยังไง แล้วนายทุนใช้ตัวไหนคิดวงเงิน?
ราคาประเมินที่ดิน (ราคาประเมินราชการ) เป็นราคาที่กรมที่ดินกำหนดเพื่อใช้ในการคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนและภาษี ส่วนราคาตลาดคือราคาที่ซื้อขายกันจริงในท้องตลาด ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินตั้งแต่ 30% ไปจนถึงเท่าตัว ขึ้นอยู่กับทำเล
ประเด็นสำคัญคือ ผู้รับซื้อฝากส่วนใหญ่ใช้ ‘ราคาตลาด’ เป็นฐานในการคิดวงเงิน ไม่ใช่ราคาประเมิน เพราะพวกเขาต้องขายต่อในตลาดจริงเมื่อผิดนัด ดังนั้น ถ้าราคาประเมินของคุณ 1 ล้านบาท แต่ราคาตลาดอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท นายทุนจะคิดเป็น % จาก 1.5 ล้านบาท เช่น 50% = 7.5 แสนบาท ซึ่งอาจมากกว่าที่คิด
แต่ตรงกันข้าม ถ้าที่ดินเปล่าของคุณราคาประเมินสูงเพราะอยู่ทำเลดี แต่ตลาดมีคนซื้อน้อย (เช่น ขนาดแปลงเล็กเกินไป) ราคาตลาดจะต่ำกว่าราคาประเมิน วงเงินที่ได้ก็จะต่ำกว่า
ค่าใช้จ่ายในวันจดทะเบียนขายฝากที่ดินเปล่า มีอะไรบ้าง? ใครจ่าย?
1. ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee) อัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดิน
2. อากรแสตมป์ (Stamp Duty) อัตรา 0.5% ของราคาที่ซื้อขาย (หรือราคาประเมินแล้วแต่อันไหนสูงกว่า) หรืออาจเลือกเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แทน
3. ค่าอากร (ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนขายฝาก) อัตรา 0.01% ของราคาที่ซื้อขาย (ขั้นต่ำ 50 บาท)
ผู้รับซื้อฝากมักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือตกลงแบ่งกันตามข้อตกลง แต่ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจน เพราะหากผิดนัด ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกหักจากเงินที่ได้รับ
ถ้าได้วงเงินไม่พอที่ต้องการ มีทางเลือกอะไรอีกบ้าง?
1. **จำนองที่ดินกับธนาคาร** ถ้าที่ดินมีโฉนดและอยู่ในทำเลดี ธนาคารอาจให้วงเงินสูงกว่าขายฝาก (ปกติ 50-70% ของราคาประเมิน) แต่กระบวนการช้าและต้องมีเครดิตดี
2. **ขายฝากแบบผ่อน** บางนายทุนเสนอให้ไถ่ถอนเป็นงวด ซึ่งคุณอาจเหลือเงินติดตัวมากกว่า แต่ประโยชน์ตอบแทนที่รวมอยู่ในสินไถ่สูง
3. **รวมแปลงหรือแยกขายบางส่วน** ถ้าที่ดินแปลงใหญ่ ลองแยกขายฝากเฉพาะส่วนที่ติดถนนหรือมีมูลค่าสูง
4. **หานายทุนหลายรายเปรียบเทียบ** อย่าเพิ่งตกลงกับรายแรกที่เสนอราคา เพราะวงเงินอาจต่างกันถึง 10-15%
5. **ใช้บริการประเมินที่ดินมืออาชีพ** เพื่อให้ได้ราคาตลาดที่ถูกต้อง และนำไปต่อรองกับนายทุน
ข้อควรระวัง! ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. 2562 อาจไม่ครอบคลุมที่ดินเปล่าทุกประเภท
ที่ดินเปล่าที่ใช้ทำเกษตรกรรม (เช่น สวนไร่) เข้าข่ายได้รับความคุ้มครองแน่นอน แต่ที่ดินเปล่าที่ไม่มีเอกสารยืนยันการใช้ประโยชน์ ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะนายทุนอาจอ้างว่าไม่ใช่เพื่อเกษตรกรรมเพื่อกำหนดประโยชน์ตอบแทนสูง
สรุป: ขายฝากที่ดินเปล่าได้วงเงินเท่าไหร่?
โดยสรุป ขายฝากที่ดินเปล่าได้วงเงินประมาณ 20-65% ของราคาตลาด ขึ้นอยู่กับทำเล เอกสารสิทธิ และสภาพคล่องในการขายต่อ ที่ดินติดถนนใหญ่ในเมืองได้สูงสุด ที่ตาบอดหรือเอกสารไม่สมบูรณ์อาจถูกปฏิเสธ
ข้อเตือนสำคัญ: ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. 2562 อาจใช้ไม่ได้กับที่ดินเปล่าทุกประเภท โดยเฉพาะที่ถือไว้เพื่อพาณิชย์ ควรตรวจสอบก่อนเซ็นสัญญา
ถ้าคุณต้องการวงเงินที่มากกว่าและโปร่งใส ลองมาประเมินที่ดินของคุณกับเราได้ที่ฟอร์มประเมินของ DaiTun คลิกตอนนี้ https://daitun.kritkawinthat.com
คำถามที่พบบ่อย
ขายฝากที่ดินเปล่าที่ไม่มีโฉนดได้ไหม?
ได้เฉพาะที่มีเอกสารสิทธิที่จดทะเบียนได้ เช่น น.ส.3 ก. แต่วงเงินจะต่ำกว่าโฉนดมาก ที่ดิน ส.ป.ก. หรือเอกสารอื่นๆ ทำได้ยากและนายทุนส่วนใหญ่ไม่รับ
ที่ดินเปล่าขายฝากได้วงเงินกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน?
ส่วนใหญ่ผู้รับซื้อฝากใช้ราคาตลาดเป็นฐาน ไม่ใช่ราคาประเมินราชการ วงเงินคิดเป็น % ของราคาตลาด ประมาณ 30-65% แล้วแต่ทำเลและเอกสารสิทธิ
สัญญาขายฝากที่ดินเปล่าต้องจดทะเบียนที่ไหน?
ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน (เขต/จังหวัด) ที่ที่ดินตั้งอยู่เท่านั้น ถ้าจดทะเบียนนอกสถานที่หรือไม่จด สัญญาจะมีผลเป็นโมฆะ

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน