ได้ทุนเป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาและจับคู่ ไม่ใช่สถาบันการเงิน และไม่ใช่ผู้ให้สินเชื่อ

โฉนดแลกเงินกับขายฝากต่างกันยังไง? วิธีใช้โฉนดให้เป็นเงินก้อนโดยไม่เสียกรรมสิทธิ์

เผยแพร่ 9 ก.ย. 2569 · อัปเดต 27 ก.ย. 2569

โฉนดแลกเงินกับขายฝากต่างกันยังไง? วิธีใช้โฉนดให้เป็นเงินก้อนโดยไม่เสียกรรมสิทธิ์

คำตอบสั้น

เมื่อมีภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและต้องการใช้เงินก้อนจากที่ดินหรือโฉนด สองทางเลือกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ 'โฉนดแลกเงิน' และ 'ขายฝาก' แต่หลายคนไม่รู้ว่าทั้งสองวิธีนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก และเลือกผิดอาจส่งผลเสียระยะยาว บทความนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นชัด พร้อมแนะนำวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเจ้าของทรัพย์ที่ต้องการเงินทุนโดยไม่เสียกรรมสิทธิ์

อยากรู้ว่าโฉนดของคุณได้วงเงินเท่าไร

ภาพรวมของโฉนดแลกเงินและขายฝาก

โฉนดแลกเงินและขายฝากเป็นสองวิธีที่เปิดโอกาสให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถนำโฉนดที่ดินหรือบ้านของตนมาเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายขาดหรือเสียกรรมสิทธิ์ถาวร แต่ทั้งสองวิธีมีเงื่อนไข ข้อกฎหมาย และความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หลายคนอาจเข้าใจว่า 'โฉนดแลกเงิน' เป็นบริการหรือการรับเงินทุนรูปแบบหนึ่งที่ถูกกฎหมาย ในขณะที่ 'ขายฝาก' เป็นสัญญาทางแพ่งที่มีมานาน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ทั้งสองวิธีมีข้อดีข้อเสียที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ

โฉนดแลกเงินคืออะไร?

'โฉนดแลกเงิน' เป็นคำที่ใช้เรียกการนำโฉนดที่ดินไปเป็นหลักประกันเพื่อขอรับเงินทุนจากบุคคลหรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือจากผู้ให้บริการเอกชน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการทำสัญญาแบบมีทะเบียนจำนอง หรือในบางกรณีอาจเป็นการทำสัญญาขอรับเงินทุนและวางโฉนดเป็นประกัน

ข้อสำคัญคือ 'โฉนดแลกเงิน' ไม่ใช่คำศัพท์ทางกฎหมายที่ชัดเจนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เป็นคำที่ใช้ในวงการเงินนอกระบบและผู้ให้บริการบางราย ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในเรื่องของค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรืออาจมีเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่ เช่น การทำสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

หากเจ้าของทรัพย์ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด โฉนดอาจถูกโอนไปให้ผู้รับจำนองโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางศาล ทำให้เสียกรรมสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว

ขายฝากคืออะไร?

ขายฝากเป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่กฎหมายรองรับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491-507 โดยเป็นการขายทรัพย์สินโดยมีเงื่อนไขว่าผู้ขายมีสิทธิ์ไถ่ถอนคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยปกติไม่เกิน 10 ปี

ในทางปฏิบัติ ขายฝากคือการที่เจ้าของทรัพย์ (ผู้ขายฝาก) โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือบ้านให้แก่ผู้ซื้อฝาก (ผู้ให้เงิน) โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถซื้อคืนได้ในราคาที่ตกลงกัน (มักเป็นราคาเดิมหรือราคาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย) ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ข้อดีของขายฝากคือผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิ์ครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินต่อไปได้หากมีข้อตกลงให้เช่า และผู้ซื้อฝากไม่สามารถยึดทรัพย์หรือเข้าครอบครองได้ก่อนหมดอายุไถ่ถอน

เปรียบเทียบโฉนดแลกเงินกับขายฝาก: ข้อเหมือนและข้อต่าง

เพื่อให้เข้าใจง่าย เราได้สรุปความเหมือนและความแตกต่างของทั้งสองวิธีในตารางด้านล่าง

ประเด็นโฉนดแลกเงิน (แบบไม่เป็นทางการ)ขายฝาก
รูปแบบสัญญาสัญญาขอรับเงินทุน + วางโฉนด หรือสัญญาจำนองสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขไถ่ถอน (สัญญาขายฝาก)
การโอนกรรมสิทธิ์ไม่โอนสิทธิ์ (ถ้าเป็นจำนอง) หรืออาจโอนในบางกรณีโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากชั่วคราว
สิทธิ์ครอบครองเจ้าของเดิมยังครอบครองได้ (ถ้าเป็นจำนอง)เจ้าของเดิมครอบครองได้หากมีข้อตกลงเช่า
ระยะเวลาไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสัญญาต้องมีกำหนดไถ่ถอนชัดเจน ไม่เกิน 10 ปี
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน/ค่าธรรมเนียมอาจสูงมาก ไม่มีเพดานชัดเจนประโยชน์ตอบแทนตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี (สำหรับสัญญาขายฝากที่ดิน)
ความเสี่ยงเสียทรัพย์โดยไม่ผ่านศาลเสียทรัพย์เมื่อหมดอายุไถ่ถอนโดยไม่สามารถซื้อคืน
การคุ้มครองทางกฎหมายต่ำ (หากเป็นสัญญาไม่เป็นทางการ)สูง (กฎหมายรองรับและมีบทบัญญัติคุ้มครอง)

ข้อดีของขายฝากเมื่อเทียบกับโฉนดแลกเงิน

ขายฝากมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าโฉนดแลกเงินแบบไม่เป็นทางการ:

1. มีกฎหมายคุ้มครองชัดเจน

สัญญาขายฝากมีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ควบคุมอย่างชัดเจน เช่น ระยะเวลาไถ่ถอน ประโยชน์ตอบแทน และสิทธิ์ของผู้ขายฝาก ทำให้เจ้าของทรัพย์ไม่ถูกเอาเปรียบง่าย ๆ

2. ประโยชน์ตอบแทนอยู่ในกรอบกฎหมาย

สำหรับขายฝากที่ดิน ประโยชน์ตอบแทนที่ผู้ซื้อฝากจะได้รับรวมอยู่ในสินไถ่ต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันสูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี) ซึ่งต่ำกว่าอัตราที่ผู้รับจำนองโฉนดแลกเงินแบบเอกชนมักเรียกเก็บ (บางรายถึงร้อยละ 20-30 สูงกว่ากฎหมายกำหนด)

3. มีโอกาสไถ่ถอนคืนเสมอ

ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ทุกเมื่อภายในระยะเวลาที่กำหนด แม้จะยังไม่ครบกำหนดก็ตาม โดยชำระสินไถ่ตามสัญญา ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียทรัพย์กะทันหัน

4. ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์

เมื่อหมดอายุไถ่ถอน หากไม่สามารถไถ่ถอนคืนได้ กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์ แต่กระบวนการนี้เป็นไปตามสัญญาที่ชัดเจน ไม่มีการฟ้องร้องหรือยึดทรัพย์แบบไม่เป็นธรรม

ข้อควรระวังในการทำขายฝาก

แม้ขายฝากจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่ก็มีข้อควรระวังที่เจ้าของทรัพย์ต้องรู้:

• ต้องตรวจสอบผู้ซื้อฝากให้แน่ใจว่าเป็นบุคคลหรือสถาบันที่น่าเชื่อถือ เพราะมีกรณีมิจฉาชีพแอบอ้างทำสัญญาขายฝากแล้วหลอกเอาโฉนดไป

• ควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน เพื่อให้มีผลทางกฎหมายสมบูรณ์

• ต้องเข้าใจเงื่อนไขไถ่ถอนให้ชัดเจน โดยเฉพาะระยะเวลา สินไถ่ และประโยชน์ตอบแทน หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญ

• หากไม่สามารถไถ่ถอนคืนได้ภายในกำหนด กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที ดังนั้นควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้ก่อนทำสัญญา

ทำไมขายฝากถึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อนโดยไม่เสียกรรมสิทธิ์?

ขายฝากเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของทรัพย์ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนในระยะสั้นถึงปานกลาง (1-10 ปี) และมั่นใจว่าสามารถหาเงินมาไถ่ถอนคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่ต้องเสียกรรมสิทธิ์ถาวร

นอกจากนี้ ขายฝากยังช่วยให้เจ้าของทรัพย์สามารถนำที่ดินหรือบ้านที่ไม่มีภาระจำนองหรือมีภาระน้อยมาใช้เป็นทุนโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการขอรับเงินทุนจากธนาคารที่ยุ่งยาก และไม่ต้องกังวลเรื่องเครดิตหรือประวัติทางการเงิน

ที่สำคัญ ขายฝากเป็นการทำธุรกรรมที่โปร่งใส มีกฎหมายคุ้มครอง และเจ้าของทรัพย์ยังคงมีสิทธิ์ครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินต่อไปได้จนกว่าจะหมดอายุไถ่ถอน ซึ่งต่างจากการจำนองที่ธนาคารอาจเข้ายึดทรัพย์ได้หากผิดนัดชำระหนี้

กรณีศึกษา: กรณีของนางสาวเอ

นางสาวเอมีที่ดินเปล่ามูลค่า 5 ล้านบาท แต่ต้องการเงินก้อน 2 ล้านบาทเพื่อลงทุนในธุรกิจ เธอเลือกทำสัญญาขายฝากกับผู้ซื้อฝากที่น่าเชื่อถือ โดยตกลงไถ่ถอนคืนภายใน 2 ปี โดยมีประโยชน์ตอบแทนรวมอยู่ในสินไถ่ในอัตรา 12% ต่อปี เธอยังคงครอบครองที่ดินและสามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดอายุสัญญา เมื่อครบ 2 ปี เธอนำเงินสินไถ่ 2,240,000 บาท ไปไถ่ถอนคืนได้สำเร็จ ทำให้กรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของเธออีกครั้ง

ทางเลือกอื่น ๆ นอกเหนือจากโฉนดแลกเงินและขายฝาก

นอกจากสองวิธีนี้แล้ว ยังมีทางเลือกอื่น ๆ สำหรับเจ้าของทรัพย์ที่ต้องการเงินทุน เช่น การจำนองที่ดินกับธนาคาร หรือการขอรับเงินทุนส่วนบุคคลที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่วิธีเหล่านี้มักมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลานาน

สำหรับผู้ที่ต้องการขายทรัพย์สินแบบขาดและต้องการเงินสดทันที สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการขายบ้าน คอนโด หรือที่ดินกับเรา ผ่านทาง ขายได้ KhaiDai ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คุณขายทรัพย์สินได้เร็วขึ้นในราคาที่เป็นธรรม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาลูกค้าเอง

วิธีเลือกใช้โฉนดให้เป็นเงินก้อนอย่างปลอดภัย

การตัดสินใจใช้โฉนดเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินก้อน ควรพิจารณาดังนี้:

1. ประเมินความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้: ก่อนทำสัญญาใด ๆ ควรคำนวณให้แน่ใจว่าสามารถหาเงินมาไถ่ถอนหรือชำระหนี้ได้ตามกำหนด

2. เลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ: ตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมกับบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่มีหลักฐานชัดเจน

3. ศึกษาข้อกฎหมาย: ควรทำความเข้าใจสัญญาและเงื่อนไขก่อนลงนาม หากไม่เข้าใจ ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์

4. เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายแหล่ง: อย่ารีบตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทางการเงิน ระยะเวลา และเงื่อนไขจากหลายผู้ให้บริการ

5. เลือกวิธีที่กฎหมายคุ้มครอง: ขายฝากเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าโฉนดแลกเงินแบบไม่เป็นทางการ เนื่องจากมีกฎหมายรองรับและมีบทบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค

บทสรุป: เลือกขายฝากเพื่อความปลอดภัย

โฉนดแลกเงินและขายฝากเป็นสองวิธีที่ช่วยให้เจ้าของทรัพย์นำโฉนดมาแปลงเป็นเงินก้อนได้ แต่ขายฝากเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เนื่องจากมีกฎหมายคุ้มครองชัดเจน ประโยชน์ตอบแทนอยู่ในกรอบ และเจ้าของทรัพย์ยังคงมีสิทธิ์ครอบครองและไถ่ถอนคืนได้

หากคุณกำลังพิจารณาใช้โฉนดเพื่อหาเงินทุนและต้องการคำแนะนำที่ถูกต้อง เราขอแนะนำให้ประเมินทรัพย์สินของคุณก่อน โดยสามารถทำแบบประเมินฟรีได้ที่ ได้ทุน DaiTun ซึ่งเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ความเหมาะสมและเสนอทางเลือกที่ตรงกับความต้องการของคุณ

อย่าลืมว่าการตัดสินใจทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ควรผ่านการคิดอย่างรอบคอบ ศึกษาให้ละเอียด และอย่าลังเลที่จะขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่สูญเสียกรรมสิทธิ์ที่คุณรัก

คำถามที่พบบ่อย

โฉนดแลกเงินกับขายฝาก ต่างกันอย่างไรในแง่ของกรรมสิทธิ์?

โฉนดแลกเงินแบบไม่เป็นทางการส่วนใหญ่เป็นสัญญาขอรับเงินทุนที่วางโฉนดเป็นประกัน โดยไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ แต่ถ้าเป็นแบบจำนองก็จะมีการจดทะเบียนที่ดิน แต่ขายฝากจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากชั่วคราวตลอดอายุสัญญา และผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนคืนได้เมื่อครบกำหนด

ทำไมขายฝากถึงปลอดภัยกว่าโฉนดแลกเงิน?

ขายฝากมีกฎหมายรองรับชัดเจนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีการควบคุมประโยชน์ตอบแทนและระยะเวลาไถ่ถอน ทำให้เจ้าของทรัพย์ไม่ถูกเอาเปรียบได้ง่าย ในขณะที่โฉนดแลกเงินแบบไม่เป็นทางการอาจไม่มีกฎหมายคุ้มครอง และอาจมีค่าใช้จ่ายทางการเงินเกินกว่ากฎหมายกำหนด

ถ้าไม่สามารถไถ่ถอนขายฝากคืนได้ จะเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อหมดอายุไถ่ถอนตามสัญญา หากผู้ขายฝากไม่สามารถชำระเงินไถ่ถอนคืนได้ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยสมบูรณ์ ผู้ขายฝากจะเสียสิทธิ์ในการครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์นั้นทันที ดังนั้นควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้ก่อนทำสัญญาอย่างรอบคอบ

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป อ้างอิงเกณฑ์ที่ใช้กันโดยทั่วไป ณ วันที่เผยแพร่ อัตราค่าธรรมเนียมและภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งก่อนทำธุรกรรมจริง
กวินทัศน์ เมธีรัฐลีลากุล (กฤศ) ผู้ก่อตั้งได้ทุน

กวินทัศน์ เมธีรัฐลีลากุล (กฤศ)

ผู้ก่อตั้งได้ทุน · ที่ปรึกษาขายฝากถูกกฎหมาย

เกี่ยวกับเรา →

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน

#KritKawinthat#ขายฝาก#โฉนดแลกเงิน#บ้านแลกเงิน#จำนอง#นายทุนขายฝาก#สภาพคล่องระยะสั้น#โฉนดแลกเงิน#ขายฝาก#จำนองที่ดิน#ได้ทุนจากโฉนด#วิธีใช้โฉนดให้เป็นเงินก้อน